หุ้น Tech ผันผวนแรง...จังหวะทบทวนพอร์ตและทยอยปรับสมดุลการลงทุน

กดฟัง
หยุด
  • ดัชนีหุ้น Nasdaq และหุ้นกลุ่มเทคฯ ปรับตัวลงแรงกว่า -4% แต่ K WEALTH ยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อ AI, Data Center, Cloud Computing และ Semiconductor ในระยะยาว เพราะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงสัญญาณเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง
  • นักลงทุนที่มีกำไรและมีสัดส่วนการลงทุนสูงในกองทุนกลุ่ม ES-GTECH, K-GTECH, K-ATECH หรือ K-GNEXT อาจใช้ช่วงนี้เป็นโอกาสทยอยปรับพอร์ต ลดน้ำหนักหุ้นเทคฯ ลงบางส่วน เพื่อลดความกระจุกตัวและล็อกกำไรบางส่วนที่ยังมีอยู่
  • นักลงทุนที่มีพอร์ตกระจายการลงทุนอยู่แล้ว สามารถใช้ช่วงนี้ทบทวนและ Rebalance พอร์ตกลับสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของตนเอง
  • นักลงทุนที่อยากเริ่มลงทุน ยังไม่จำเป็นต้องรีบเข้าซื้อในรอบนี้ โดยอาจรอจังหวะทยอยสะสมแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อราคาหรือภาพตลาดมีความนิ่งมากขึ้น

คืนวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. 69 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนแรง โดย Nasdaq ปรับตัวลง -4.18% จากแรงขายในกลุ่ม Technology และ Semiconductor ขณะที่ Russell 2000 ปรับตัวลง -3.47% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น และตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed โดยไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานธุรกิจแต่อย่างใด


แรงขายครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในกลุ่ม AI Leaders และหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ สะท้อนภาวะ Risk-off ของตลาดในระยะสั้น มากกว่าปัญหาเฉพาะของกลุ่มเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว


สำหรับ Russell 2000 แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง แต่ได้รับแรงกดดันจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากบริษัทขนาดเล็กมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนทางการเงินมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ จึงถูกขายลดความเสี่ยงพร้อมกับหุ้นเทคโนโลยี


โดยกองทุนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น K-GTECH, K-ATECH และ K-GNEXT อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค. 69 กองทุนเหล่านี้ราคาได้ปรับตัวขึ้นมาพอสมควร ซึ่งอาจช่วยรองรับผลกระทบจากการปรับลงของหุ้นเทคฯ ในวันที่ 5 มิ.ย. ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน จึงมองว่าผู้ที่ถือกองทุนกลุ่มนี้ควรใช้จังหวะนี้ทบทวนสัดส่วนการลงทุนมากกว่าตื่นตระหนกกับความผันผวนระยะสั้น


สำหรับกองทุนที่เป็นกลุ่มกองทุนผสมกลุ่ม K-WealthPLUS Series ซึ่งผู้ลงทุนหลายท่านถืออยู่ แม้จะได้รับผลกระทบจากการที่ตลาดปรับตัวลง แต่ด้วยกลไกการกระจายความเสี่ยงที่หลากหลาย และมีผู้จัดการกองทุนคอยปรับพอร์ตให้มีสัดส่วนการลงทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงและนโยบายกองทุน คาดว่าราคาของกองทุนกลุ่มนี้ จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เมื่อเทียบกับกองทุนกลุ่มเทคฯ หรือกองทุนที่เน้นลงทุนเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ


มุมมองจาก K WEALTH CIO

แม้การปรับฐานของหุ้น Technology และ Semiconductor จะค่อนข้างรุนแรง แต่เรามองว่าเป็นผลจากการที่ราคาหุ้นได้ตอบรับความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับ AI ไปในระดับสูงแล้ว มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ การปรับลงดังกล่าวจึงไม่ได้ทำให้มุมมองต่อหุ้นกลุ่มนี้ของ K WEALTH เปลี่ยนไป


โดยภาพรวม ผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง ขณะที่ Guidance และแผนการลงทุนด้าน AI ของบริษัทชั้นนำยังไม่ได้สะท้อนสัญญาณการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการด้าน AI Infrastructure, Data Center, Cloud Computing และ Semiconductor ยังคงเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว


นอกจากนี้ การปรับตัวลงของราคาหุ้นในรอบนี้ได้ช่วยลดความตึงตัวของ Valuation ลงบางส่วน ทำให้ระดับมูลค่าของหุ้นเทคโนโลยีหลายบริษัทกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจและสามารถเข้าลงทุนได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า


K WEALTH จึงมองว่าการปรับฐานในรอบนี้เป็น "Valuation Reset" มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของ "AI Growth Story" และยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI ในระยะกลางถึงยาว เพียงแต่ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการให้ Premium หรือการให้ความสำคัญกับ "AI Story" ไปสู่การให้ความสำคัญกับ "AI Earnings และ Return on Investment" มากขึ้น


คำแนะนำจาก K WEALTH

สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนเทคโนโลยี เช่น ES-GTECH, K-GTECH, K-ATECH และ K-GNEXT และมีกำไรสะสมมากกว่า 10% ขึ้นไป มองว่าช่วงนี้อาจเป็นโอกาสในการทยอยปรับพอร์ต ลดน้ำหนักหุ้นเทคฯ ลงบางส่วน และเพิ่มสภาพคล่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวในหุ้น AI, Technology และ Semiconductor ค่อนข้างสูง


สำหรับผู้ที่ต้องการถือลงทุนระยะยาว รับความเสี่ยงได้ แต่ถือกองทุนกลุ่มเทคโนโลยีในพอร์ตมากกว่า 20%ของเงินลงทุน แนะนำพิจารณาปรับลดน้ำหนักการลงทุนให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้พอร์ตสมดุลมากขึ้น ซึ่งไม่ควรเกิน 20% ของพอร์ต โดย K WEALTH ประเมินว่าตลาดยังอาจมีความผันผวนต่อได้ในระยะสั้น การค่อยๆ ปรับพอร์ตจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวได้ดีกว่า


สำหรับผู้ที่รอจังหวะเข้าลงทุน ยังไม่จำเป็นต้องรีบเข้าซื้อในตอนนี้ แม้ Valuation จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น แนะนำให้แบ่งเงินเป็นไม้และทยอยสะสมเมื่อภาพตลาดเริ่มนิ่ง หรือหากมีการปรับฐานเพิ่มเติม ซึ่งอาจยังมีโอกาสได้อีกในระยะสั้น 5-10% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนครั้งเดียวในช่วงที่ความผันผวนยังสูง


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GNEXT-A(A) K-ATECH ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GTECH K-ATECH นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A)
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดยT+4 ได้แก่ K-GTECH K-GNEXT-A(A) K-ATECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top